ขั้นตอนการชุบ Hot-Dip Galvanized

 

การชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน หรือ  ฮอทดิพ (Hot-Dip Galvanized)  เป็นการป้องกันผิวของเหล็กไม่ให้เกิดออกไซด์ขึ้น  หรือสนิม  กับความชื้น  ในอากาศ  ส่งผลให้อายุการใช้งานของเหล็กนานขึ้น  เหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสกับความชื้น  หรือการกัดกัดกร่อนของอากาศ  เช่น งานโครงสร้างสำหรับติดตั้งนอกอาคาร (Outdoor) เป็นต้น

กระบวนการชุบ Hot-Dip Galvanized นั้นมีกระบวนการดังนี้

1.การเตรียมงานเหล็ก

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  ทั้งนี้เพราะหากศึกษาหรือวางแผนงานเหล็กไม่ดีพอ  อาจจะทำให้ไม่สามารถชุบ Hot-Dip Galvanized ได้ เช่น ชิ้นงานเมื่อทำเสร็จแล้วมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะลงชุบในบ่อชุบได้หรือหากชุบได้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มได้อีกหากไม่ระวัง เช่นการมีสีติดชิ้นงานทำให้ต้องเสียค่าเผาสีเพิ่มจากค่าชุบกัลวาไนซ์  เป็นต้น 

2.การทำความสะอาดผิว

การทำความสะอาดผิว (Surface Cleaning) ก่อนทำการชุบสังกะสี  สามารถทำได้หลายวิธี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชิ้นงาน

1.  การล้างด้วยน้ำเพื่อขจัดเศษฝุ่น (Rinsing) หรือผงต่างๆ  ออกจากชิ้นงาน  ใช้สำหรับชิ้นงานธรรมดาที่ไม่ต้องเตรียมผิวพิเศษใดๆ

2.  การพ่นทราย  (Blast) สำหรับชิ้นงานที่ต้องการความละเอียดของผิวชุบ หรือกรณี Re-galvanize ทั้งนี้การพ่นทรายจะทำให้ผิวของชิ้นงานละเอียด  และเมื่อชุบแล้วจะให้ผิวชุบที่ดี               ทั้งนี้ในบางครั้งการพ่นทรายสามารถแก้ปัญหาชิ้นงานที่มีปัญหาเรื่องผิวได้  เช่น  ชิ้นงานมีสนิมเกรอะกรัง หรือมีสีติดมา

3.  การเผาผิวของชิ้นงาน (Burn) สำหรับชิ้นงานที่มีสีติดมาต้องขจัดออกโดยการเผาสีด้วยความร้อน เนื่องจากไม่มีกระบวนล้างใดๆที่สามารถเอาสีออกได้ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการ              ชุบกัลวาไนซ์)

4. การล้างด้วยกรด (Pickling) ในกรณีที่ชิ้นงานมีการชุบ Galvanized  หรือ Zinc มาก่อนแล้ว  จะทำให้ไม่สามารถชุบงานได้  ทั้งนี้จะต้องมีการล้าง Galvanized หรือ Zinc ออกจากผิวของชิ้นงานก่อนจึงจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการชุบขั้นตอนต่อไปได้

3. การล้างด้วยกรดรุนแรง (Pickling)

เมื่อเตรียมผิวชิ้นงานให้สามารถชุบได้แล้ว  จะต้องนำชิ้นงานมาล้างด้วยกรดเข้มข้นอีกครั้ง  ทั้งนี้เพื่อการกัดสนิมขนาดเล็กที่เกาะตามผิวของชิ้นงาน  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานขั้นต่ำ  3 ชม.  ในกรณีที่ผิวของชิ้นงานมีปัญหา  อาจต้องล้างด้วยกรดเป็นระยะเวลา  24 48 ชม.หรือนานกว่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพชิ้นงาน(อาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากชิ้นงานมีสภาพผิวที่ไม่ปกติ)  หรือต้องนำไปเตรียมผิวใหม่อีกครั้ง

4.การชุบน้ำยาประสาน (Fluxing)

เมื่อล้างด้วยน้ำกรดเสร็จแล้ว  จะต้องนำชิ้นงานมาชุบน้ำยาประสาน (Flux)  ทั้งนี้เพื่อให้ชิ้นงานยึดติดกัลวาไนซ์ได้ดี 

5.การชุบ Hot-Dip Galvanized

หลังจากชุบด้วยน้ำยาประสานเสร็จแล้ว  จะต้องชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน (Hot-Dip Galvanized) ทันที  ในขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอุณหภูมิประมาณ 430-460 องศาเซลเซียสโดยการชุบกัลวาไนซ์ แบ่งกรรมวิธีหลังการชุบได้ดังนี้

-การเขย่า หรือเหวี่ยงทันที ใช้สำหรับงานพวกน็อต สกรู หรืองานขนาดเล็ก

- การชุบแบบธรรมดาโดยไม่ต้องเขย่าใช้กับชิ้นงานขนาดใหญ่ทั่วไป

6.การตกแต่งผิวงาน( Finishing)

เพื่อให้สภาพผิวมีความสวยงามอาจมีการขัดด้วยตะไบหรือเจียร์ออกหาพบการย้อยหรือมีสังกะสีที่หนาเกินไป

7.การครวจสอบความหนาก่อนส่งมอบงาน(Inspection and Assurance)

จะต้องสุ่มตรวจความหนาของสังกะสีด้วยเครื่องตรวจสอบความหนาพร้อมการตรวจสภาพผิวก่อนส่งมอบเพื่อเป็นการยืนยันได้ว่าตรงตามความต้องการของลูกค้า